บทความอื่น ๆ






 
 
 
งานเขียนทั่วไป
 
 
อติรูป
14 เจ้าหมีสังหารอติรูป
 
ราชบุณ

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 บทความใหม่ เหรียญขอเบ็ด หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ                                                                                                                                                                                                                                                                                
วัดวรเชษฐ์
 
 
 

วัดวรเชษฐ์ตั้งอยู่นอกเมืองด้านตะวันตก ห่างจากแม่น้ำเจ้าพระยาออกไปราว    กิโลเมตร  อยู่ในเขตตำบลบ้านป้อม  อำเภอพระนครศรีอยุธยา  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  มีถนนโบราณในสมัยอยุธยาสายหนึ่งตัดเป็นแนวตรงจากด้านหน้าวัดประเชดเข้ามาสู่ตัวเมืองบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาระหว่างวัดราชพลีกับวัดกษัตราธิราชตรงข้ามพระราชวังหลัง  ตรงนี้คงมีท่าเรือสำหรับพระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินไปบำเพ็ญพระราชกุศลที่วัดนี้  วัดวรเชษฐ์เป็นวัดที่มีประเด็นข้อถกเถียงทางประวัติศาสตร์มากที่สุดวัดหนึ่ง  ตั้งแต่ยุคสมัยที่มีการบันทึกและความเห็นแตกต่างกันไป  ว่าสร้างสมัยอยุธยาตอนต้น  หรืออยุธยาตอนกลาง  ซึ่งหากพิจารณาตามโบราณสถานภายในวัดก็ล้วนแต่เป็นไปได้  เพราะพระเจดีย์ทั้ง ๓ พระองค์ต่างสร้างในรูปแบบทางศิลปที่ต่างยุคสมัย  แสดงถึงความสำคัญที่พระเจ้าแผ่นดินหลายพระองค์ทรงนำนุบำรุง  และปลูกสร้างศาสนสถานติดต่อกันมาหลายรัชกาล

 
                 ดังที่ท่าน น.ณ.ปากน้ำได้แสดงความเห็นทางวิชาการต่อวัดนี้อยู่เสมอ ๆ ว่า “ส่วนวัดป่าแก้วเดิมก็คือวัดวรเชษฐ์อยู่กลางทุ่งประเชด ส่วนทางทิศตะวันตกนอกตัวเมืองวัดวรเชษฐ์มีปรางค์ใหญ่เป็นหลักของวัดและมีเจดีย์ทรงสูงก่ออิฐไม่สอปูนปรากฏอยู่ด้วย” เจดีย์องค์นี้คล้ายเจดีย์วัดกระซ้าย เป็นเจดีย์แบบอโยธยาแสดงว่าบนโคกนี้เคยเป็นวัดเก่ามีมาแต่สมัยอโยธยา พอสมัยสถาปนากรุงศรีอยุธยาแล้วใช้เป็นที่เผาศพเจ้าแก้วเจ้าไทยแล้วสถาปนาเป็นวัดป่าแก้ว ด้วยอยู่ทางทิศตะวันตกนอกตัวเมืองห่างออกไปเกือบสองกิโลเมตรแล้วสร้างศิลปวัตถุไว้มากเนื่องจากเป็นวัดสำคัญเป็นที่สถิตของพระเถระผู้ใหญ่คือพระวันรัต (ชื่อยศของพระภิกษุสายอรัญวาสี ชื่อและความหมายเดียวกับ พระพนรัตน์) อันเป็นสังฆราชฝ่ายอรัญวาสี ทั้งยังเป็นอาจารย์ของพระเจ้าแผ่นดินตลอดมาหลายสมัย
 
*****จึงมีการสร้างถนนและพูนดินสูงและกว้างใหญ่จากวัดธรรมาราม อันเป็นท่าน้ำไปจนสู่วัดป่าแก้วสำหรับเคลื่อนราชรถและผู้คนจะไปนมัสการพระที่วัดนั้น*****
 
                ทั้งยังเปรียบเทียบวัดป่าแก้วของเมืองโบราณต่าง ๆ เช่นวัดอรัญญิกของราชบุรี, วัดอรัญญิกของสุโขทัย, วัดป่าแดงอันเป็นฝ่ายอรัญญิกของเชียงใหม่,วัดป่าเลไลยก็คือวัดอรัญญิกของสุพรรณบุรี,วัดแก้วของสรรคบุรีว่าล้วนแล้วแต่อยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองมีระยะทางห่างกัน ๒-๓ กิโลเมตร  ซึ่งวัดวรเชษฐ์ก็ขึ้นอยู่กับหลักการเดียวกัน
 
                  ปรางค์ประธาน ศิลปใกล้เคียงกับปรางค์สมัยอยุธยาตอนต้น(วัดพุทไธสวรรย์ วัดพระราม วัดพุทไธสวรรย์ วัดราชบูรณะ แต่มีการพัฒนาให้ซุ้มทิศทั้ง ๔ ยื่นออกมาจากเรือนธาตุมากขึ้นเป็นปรางค์ก่อด้วยอิฐซึ่งโดยทั่วไปใช้อิฐต่างกัน    ขนาด  คือ  อิฐหนาประมาณ๑๒  เซนติเมตรใช้ก่อส่วนฐานและอิฐหนาประมาณ    เซนติเมตรใช้ก่อส่วนยอด  พระปรางค์ตั้งอยู่บนฐานทักษิณซึ่งก่อเป็นฐานบัวลูกฟัก  ฐานของปรางค์ก่อฐานบัวลูกฟักซ้อนกัน    ชั้น  รองรับเรือนธาตุ  ซึ่งก่อมุขทิศยื่นออกมาเท่ากันทั้ง    ด้าน  หลังคามุขเป็นมุขลด    ชั้น  มีบันไดทางขึ้นสู่มุขทิศทั้ง    โดยด้านตะวันออกเจาะเป็นช่องทางเข้าสู่เรือนธาตุ  ส่วนมุขอีก ๓ ด้าน เป็นมุขสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป  ส่วนยอดทำเป็นชั้นรัดประคดปักกลีบขนุนและมีซุ้มบันแถลงประจำทุกชั้นจำนวน    ชั้น  ส่วนยอดคงเป็นรูปดอกบัวตูมปักนภศูลซึ่งพังลงหมดแล้ว  ลักษณะของพระปรางค์น่าจะมีอายุอยู่ในราวต้นพุทธศตวรรษ ที่  ๒๒
 
 
 
 
                    วิหาร  ตั้งอยู่ด้านหลังพระปรางค์ในแกนเดียวกัน  เป็นวิหารขนาดใหญ่ใช้วัสดุก่อสร้างแบบเดียวกับพระปรางค์  น่าจะเป็นงานก่อสร้างครั้งเดียวกัน  วิหารมีแผนผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด ๑๔ x ๒๗  เมตร  มีมุขยื่นหน้าหลังโดยมุขหน้าเป็นโถง  มุขหลังเป็นมุขทึบ  (มีผนัง)  วิหารแบ่งเป็น    ห้อง  ก่อฐานบัวลูกแก้วอกไก่รองรับผนัง  มีประตูทางเข้าวิหารด้านหน้าและหลัง  ๒ ประตูพระพุทธรูปประธานในอุโบสถวัดวรเชษฐ์น่าสนใจมากเนื่องจากทำเป็นพระพุทธรูปปูนปั้น    องค์  นั่งหันพระปฤษฎางค์ชนทรงปราสาท (ปัจจุบันแตกหักชำรุดหมดแล้ว) ซึ่งยังไม่เคยพบมาก่อนในศิลปกรรมสมัยอยุธยาพระพุทธรูปทั้ง    องค์ดังกล่าวน่าจะหมายถึงพระพุทธเจ้าในอดีต    พระองค์  ได้แก่ พระกกุสันธ  พระโกนาคม  พระกัสสปะ  และพระสมณโคดม  คือพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน  นอกจากนี้ยังมีพระอุโบสถ เจดีย์ทรงระฆัง เจดีย์ทรงปราสาท  แนวถนนโบราณสอปูน แนวกำแพงวัด ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างสูง
 
พระขุนแผน กรุวัดวรเชษฐ์
 
 
 
                พระขุนแผนวัดวรเชษฐ์  พุทธลักษณะ พระปางมารวิชัย ประทับอยู่บนบัลลังก์ฐานสำเภาในซุ้มเรือนแก้ว  รูปแบบทางศิลปใกล้เคียงกับพระขุนแผนเคลือบกรุวัดใหญ่  สันนิษฐานได้ว่าเกิดจากช่างศิลปท่านเดียวกัน  ยิ่งตอกย้ำความเชื่อของนักวิชาการกลุ่มหนึ่ง  ถึงความสัมพันธ์ของพระนเรศวร มหาราช  กับวัดวรเชษฐ์นอกเกาะเมืองแห่งนี้ 
 
พระขุนแผน กรุวัดวรเชษฐ์  แตกกรุครั้งกรมศิลปากรเข้าไปบูรณะแนวกำแพงวัด  พบพระบรรจุในไหจำนวนหนึ่ง  แต่ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำให้พระที่มีจำนวนน้อยนั้นชำรุดไปเกือบทั้งหมด  เหลือสมบูรณ์เพียง ๕ องค์เท่านั้น  จึงเป็นพระที่หาชมยากมากและไม่มีหมุนเวียนในตลาด   แต่ด้วยความเป็นพระที่มีศิลปงดงาม  จึงเป็นที่โจษจันท์กันจนถึงทุกวันนี้  และมีภาพพระองค์สมบูรณ์เผยแพร่ไปในสื่อพระเครื่องอยู่เสมอมา
 
 
 
 สถิติวันนี้ 21 คน
 สถิติเมื่อวาน 256 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
4676 คน
101538 คน
891222 คน
เริ่มเมื่อ 2012-10-30