บทความอื่น ๆ






 
 
 
งานเขียนทั่วไป
 
 
อติรูป
14 เจ้าหมีสังหารอติรูป
 
ราชบุณ

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 บทความใหม่ เหรียญขอเบ็ด หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ                                                                                                                                                                                                                                                                                
 

อติรูปตอน ( อติรูปกล่อมอรัญยานี )

อันตัวพี่นี้ไซร้จอมไผท                              
เอกกรุงไกรจอมคนชนทั่วหล้า
สุขสำราญใจ กายหลายทิวา                      
ครั้นเวลานานไปให้รู้ตัว

ชาวประชาข้าราชบริพาร               

เฝ้ารอการคืนกลับองค์เหนือหัว
แม้นพินิจคิดถลำสำนึกกลัว                      
ใจพันพัวรั้วหลักเกินหักใจ
หนึ่งนั้นไซร้ชาวประชาอาณาจักร            
สองคือรักลงหลักเกินผลักไส
พาราร้างลานางหรืออย่างไร                     
แสร้งครวญใคร่ดั่งว่าจะลาจร
 
ฟังวาจาภรรดาเอ่ยรำพัน                            
ร่ำโศกศัลย์ด้วยรักเกินถอดถอน
พี่เอ่ยอ้างประชาว่าอาวรณ์             
มิอาทรน้องนี้หรือพี่ยา
ว่าห่วงหาอาณาประชาราษ                       
สายสวาทขาดสิ้นถวิลหา
เด็ดดอกดมชมภมรจะจรลา                       
เบื่อระอาเสแสร้งแกล้งอาลัย
 
อติรูปจูบซับน้ำพระเนตร                           
มิแสร้งเหตุร้างลาอย่าสงสัย
 
แม้นจะให้ไร้รักหักห้ามใจ             
พิราลัยแน่แล้วเจ้าแก้วตา
ดังปักษาไร้ปีกได้ไฉน                                
อรุโณทัยฤาไร้ตะวันกล้า
ยามราตรีย่อมอยู่คู่จันทรา                           
เหมือนชีวาลารักจักสิ้นใจ

โอ้ยอดรักหักห้ามความโศกี                      

ฟังวจีพี่เอ่ยอย่าร้องไห้
ราชกิจคำนึงถึงคราวไป                             
แต่อาลัยรักน้องต้องระทม
อันตัวพี่นี้เอกองค์ราชา                              
ยังร้างลากัลยาที่งามสม
อยู่คนเดียวเปลี่ยวเหงาเศร้าอกตรม                      
จนได้ชมสมสองเจ้าน้องนาง
สู่วังทองกับพี่เถิดนวลน้อง                       
ด้วยหมายปองมเหสีนี้เคียงข้าง

อรัญยาณีราชินีศรีสำอาง                            

พระพูดพลางสวมสอดกอดพธู
 
เชิงชู้ชายร่ายลิ้นสิ้นกรรแสง                      
ใจอ่อนแรงแข็งขืนฤาฝืนสู้
เสน่หาเรือนร่างยังพร่างพรู                       
เจ้าโฉมตรูหลงชู้อยู่นิวรณ์
บัดดลนั้นพลันคะนึงถึงบิดา                      
กายถลาจากชายที่ออดอ้อน
อติรูปยื้อยุดฉุดพระกร                                
ว่าอาวรณ์สิ่งใดในวนา
 
องค์พระพิมบิดาผู้การุณ                            
อันใบบุญเนรคุณน้องไม่กล้า
พระผู้ให้กำเนิดเกิดกายมา                         
พระบิดาห่วงหาอาทร
คราบัดนี้คิดหนีตีจาก                                  
เสมือนพรากไม้รากถูกถากถอน
อันต้นไม้ไร้รากร่วงรานรอน                     
แม้นให้จรจากไกลไม่เข้าที
ละพาราสู่ป่าเสียเถิดหนา                           
ดังคนกล้าถ้าทำตามวิถี
ขอขมาลาโทษพ่อคนดี                               
เป็นสามีอยู่ป่าวนาลัย
อันลาภยศสมบัติพัศถาร                            
ล้วนกันดารคุณค่าฤาหาได้
สรรพสิ่งสำคัญนั้นที่ใจ                              
เวียงวังไพรไม้ทองให้พ้องกัน
 
พระฟังคำน้องนางเจ้าเอ่ยอ้าง                   
จึ่งแผ้วทางวางเหยื่อเพื่อขู่ขวัญ
ว่ามิรู้ใจตนหรือไรกัน                                 
ว่ารักมั่นผูกพันนั้นอย่างไร
 
รู้ไฉนสิ่งใดกระไรรัก                                 
ทำแสร้งหักห้ามจิตคิดสงสัย
รักสิงสู่อยู่เร้นเช่นเงาใจ                             
พิลารัยไปแล้วจึงแคล้วกัน
พินิจดูโฉมพี่ อรวี                            
ดวงหน้านี้จักหลอนเจ้าตอนฝัน

คืนยามหนาวดาวโรยโหยหาจันทร์          

ระลึกวันสมสู่อยู่วิมาน
แม้นนิทราหลับตายังมองเห็น                  
ยามตื่นเป็นเช่นเงาเฝ้าเรียกขาน
สุขสำราญกาลกลับทรมาน            
ทิวาวารยาวนานกาลทุกข์ทน
จักลาโรยโหยหาผู้งามตา                           
ดังบุปผาเหี่ยวแห้งด้วยแล้งฝน
ชราร่างอ้างว้างอำพรางตน            
มัวหม่นไหม้สิ้นไร้ไปตามกาล
 
ชลนัยน์ไหลหลั่งพรั่งพรูพักตร์                 
ด้วยประจักษ์ชู้รักช่างหักหาญ
ฟังวาจาภรรดาพาร้าวราน                         
เยาวกาลรานรักให้หักใจ
เปิดประตูดูใจให้มองเห็น              
ที่ซ่อนเร้นยุพินสิ้นสงสัย
ฤทัยตนใจตนอยู่หนใด                               
พระเบิกให้โฉมตรูได้รู้ตน
เหลือทางเลือกเสือกสนหนทางเดียว      
ที่รัดเลี้ยวพันเกี่ยวทุกแห่งหน
ใจดวงนี้ถูกคลี่มีหรือทน                            
ทอดกายบนอ้อมแขนแทนวจี
คิดตัดรอนให้สิ้นเสียทุกสิ่ง                       
ที่ประวิงในอกเจ้าโฉมศรี
พลันแสงลางสว่างวูบลูบชีวี                     
คุณความดีเจ้าหมีนี้คุ้มครอง
เอ่ยวาจาว่า ใจภรรดา                                  
ยังด้อยค่ากว่าพี่ที่ปกป้อง
หากเป็นหมีมีหรือจะตึกตรอง                  
ตามครรลองคนรักจักมอบใจ

แม้นเวียงวังอมรา                

สิ่งล้ำค่าเกินกว่าจะหาไหน
เจ้าหมีย่อมละทิ้งทุกสิ่งไป             
ให้น้องได้สมดังจินตนา
 
เจ้าชายทรามฟังความไปตามแผน            
แสร้งหวงแหนแค้นเคืองเรื่องมุสา
ทำหึงหวงว่าแก้วเพชรชรา            
ประดับประดาอยู่ป่าพนาดร
นึกว่าชมภิรมย์สมแหวนทอง                    
แท้จริงน้องรักอื่นชื่นสมร
ดอกพุดซ้อนซ่อนชู้อยู่ภมร            
มิลาจรจากป่าด้วยอาลัย
อรัญยานีตระหนกจนเหลือแสน               
ว่าน้องแม้นทาสีมณีป่า
ได้เสพสมเอกองค์อมรา                             
ทรงคุณค่าท่วมท้นจนล้นใจ
ให้เอกองค์จงฆ่าเสียกลางป่า                    
ดีกว่ามาตรัสแกล้งแสร้งสงสัย
ที่มิจรจากป่าว่าอาลัย                                  
ด้วยฤทัยห่วงอยู่ผู้บิดา
ด้วยได้ลิ้มชิมรักฉ่ำหวาน                           
งามตระการบรรลุแดนสุขา
ระลึกฟื้นวันคืนชื่นชีวา                              
ยังโหยหากายาทุกคราไป
ครั้นบัดนี้ไฉนใยทุกข์เศร้า             
รักรุมเร้าเข้าผลาญเกินขานไข
วิสัชนาครานี้อยู่หรือไป                             
ล้วนทุกข์ใจหม่นไหม้ในชีวี
โอ้ท่านพี่มิควรเสด็จมา                              
สู่แดนป่าพร่ารักแล้วจักหนี
แม้นมิเคยเชยชมสมฤดี                               
คงมิมีทุกข์เศร้ารุมเร้าใจ
 
อติรูปสูบสิ้นทั้งวิญญาณ                            
เนื้อสะคราญพรานดักบ่วงรักใคร่
แม้นเจ้าดิ้นยิ่งพันทุกคราไป                       
ด้วยดวงใจถวายให้รูปกาย
ครั้นเล็งเห็นใกล้ความตามประสงค์         
ที่ขืนคงตรงหลักชักสุดสาย
โธ่ใจหญิงหรือสู้ชู้เชิงชาย                          
แค่ละอายเดี๋ยวกลายคลายฤดี
ว่าประชาภักดีรอพี่อยู่                                 
พาข้ามภูกลับวังทั้งสารถี                           
ราชรถเรือหลวงข้ามนที                             
จรลีกลับวังนครา
เอ่ยวจีสีหน้าแสร้งเศร้าหมอง                   
เจ้าเนื้อทองอย่าเคืองแค้นโทสา
จุมพิตแล้วน้องแก้วพี่ขอลา                       
ฟังวาจาสั่งเสียเมียก่อนไป
จงทำบุญกรวดน้ำนำถวาย                         
ปีศาจร้ายแห่งรักที่หม่นไหม้
แด่ความสุขที่หายสลายไป            
แด่หัวใจลาร้างระหว่างเรา
แด่รสชื่นคืนค่ำแสนฉ่ำหวาน                    
แด่สุสานใจพี่ที่โง่เขลา
แด่บุปผาคราสมภิรมย์เร้า                           
แด่คนเศร้าขาดชู้อยู่คู่กาย
 
ได้ฟังคำสั่งเสียอติรูป                                 
สิ้นรสจูบแลวูบภาพเลือนหาย
ยืนมิมั่นหันเหซวนเซกาย                           
แล้วถวายวาจาว่าภักดี
ให้เร่งรีบพาน้องไปให้สมมาศ                  
ใจจะขาดอยู่แล้วแก้วตาพี่
พอสิ้นคำสติสิ้นสมประดี                          
วิสัญญีพลีไปในอ้อมกาย
 
 สถิติวันนี้ 28 คน
 สถิติเมื่อวาน 256 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
4683 คน
101545 คน
891229 คน
เริ่มเมื่อ 2012-10-30