บทความอื่น ๆ






 
 
 
งานเขียนทั่วไป
 
 
อติรูป
14 เจ้าหมีสังหารอติรูป
 
ราชบุณ

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 บทความใหม่ เหรียญขอเบ็ด หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ                                                                                                                                                                                                                                                                                
 
ฝ่ายอรัญยานีศรีไพรพง                  
นางบรรจงเรียงร้อยสร้อยศิถี
ไว้บูชาเทวาภารตี                            
จนราตรีเข้าเคหานิทรากาล
ในนิทรามนตรามายาฝัน                
ล่องลอยพลันจากนิวาสถาน
ดุจอนันต์แห่งทิพยกาล                              
นฤพานผ่านพ้นมนต์ดนตรี
ดวงฤดีในหัตถาเทวาเจ้า                
ผู้คลอเคล้าประโลมเจ้าโฉมศรี
รจนาสำเนียงเสียงกวี                                  
อรัญยานีสุขเกษมเปรมใจ
เหล่าเทวาชุมนุมงานสยุมพร                     
จอมนครโลกยะโลกัย
แลอรัญยานีศรีวิไล                          
เพชรงามไซร้สมค่ากับทาทิม
ภาพเลือนลางพร่างพรายสลายพลัน        
ดังตะวันลับลงตรงปัจฉิม
ดุจอาหารคาวหวานให้ทานชิม                 
มิทันอิ่มอุรายังอาลัย
ตื่นนิทราเสโทชะโลมร่าง              
สรรพางค์สะเทิ้นสองเนินไหว

ภาพนิมิตจินต  ฤากระไร                

สงกาใจห่อนให้ในฤดี
จึงจรสู่กลางดงพงพนา                              
โฉมสุดาร้องเรียกเพรียกหาหมี
แล้วระบายสิ่งอัดอั้นตันฤดี            
ครั้นเจ้าหมีห่วงหาอนาทร
 
 
อติรูป 4 (ฝันของอรัญยานี)
เสียงตัดพ้อสำเนียงโศจนะ            
โลกิยะตระเตรียมมาเสี้ยมสอน
โมหะกาลขานขับยามหลับนอน   
หมายถอดถอนรากบัวจากหัวใจ
ว่าข้าฝันถึงแคว้นแดนสถาน                     
งามตระการเกินแจ้งแถลงไข
แก้วมณีรัตนาพาวิไล                                  
ประดับไว้ละลานตระกาลตา
เหล่าสุนทรีมากมีพัดวีให้               
ทั้งบ่าวไพร่ใช้ความตามปรารถนา
สระธารสรงลงชื่นรื่นกายา            
สุคณธากลิ่นอายกายละมุน
มีโซ่ทองคล้องโทลาถลาร่อน                   
บรรจถรณ์เขนยชรให้นอนหนุน
อีกภูษาแพรทองผ่องละมุน                       
ห่มข้าอุ่นอกอิ่มพริ้มนิทรา
 
ยังมีน้ำอมฤตให้ลิ้มรส                                
ดื่มพลันสดชื่นใจไร้โทษา
บุปผชาติไม้หอมจอมผกา              
มัณฑนางามเฟื่องทั้งเมืองแมน
ราชรถเทียมม้าพาเที่ยวท่อง                       
วิ่งเวียนล่องสองทางช่างงามแสน
งามปราสาทมลเทียรบนดินแดน   
งามเหนือแม้นสิ่งใดในพนา                                 
แล้วพานพบสบเนตรเพศบุรุษ                  
งามพิสุทธิ์กว่าใครในโลกหล้า
พระสวยแม้นเอกองค์อมรา                       
จำแลงมาอวดองค์อมรินทร์
มายาภาพวาดฝันผ่านอโศก                       
ภาพไหวโยกโบกหายมลายสิ้น
สะดุ้งตื่นฟื้นพรากนครินทร์                      
ภาพสุบินสิ้นไร้ใจอาวรณ์
 
พระภรุฟังความแจ้งแถลงไข                    
ว่าน้องไซร้งามล้ำนางอัปสร
ฝันถึงวังงามแม้นแดนอมร            
คุณากรสมแล้วกับแก้วตา
แต่ในฝันนั้นใกล้กว่าใจคิด            
แม้นพินิจจิตรั้งวิมังสา
จักประสพพบได้ในพนา               
ให้กานดาภิรมย์สุขสมใจ
แล้วจึงชวนนวลน้องเดินเที่ยวท่อง          
ชี้ชวนมองทิวไม้คราวไสว
หยาดน้ำค้างพราวอยู่ดูวิไล            
ประกายไซร้เกล็ดแก้วแววมณี
รอบนงรามงามล้วนมวลหมู่ไม้     
ดูวิไลงามตากว่าสวนศรี
บุปผางามพวงครามจามจุรี            
บานบุรีนนทรีมณฑา
ก้านเหลืองเฟื่องฟ้าผการาย                      
กระทงลายสายหยุดพุทธรักษา
ผกากรองสร้อยทองชองระอา                  
กระดังงากาหลงชงโค
โน่นสายหยุดพุดซ้อนดอกซ่อนกลิ่น       
อินทนิลจำปีดอกยี่โถ
กระไดลิงต้อยติ่งเถาสิงโต             
ดอกโสนลำดวนชวนชม
บัวสวรรค์อัญชันกรรณิการ์                       
พวงจำปาชบานั้นสวยสม
ทานตะวันปาหนันลั่นทม               
แลภิรมย์ชมชื่นรื่นฤดี
ป่าไม่มีทาสีกุลีไพร่                         
ด้วยว่าไร้เสแสร้งแบ่งศักดิ์ศรี
ล้วนเท่าเทียมเปี่ยมสุขทุกชีวี                     
ต่างมากมีเมตตาการุณ
 
บั่นชิงชันเป็นชิงช้าเจ้าโล้ร่อน                   
เขนยชรไม้ขอนให้นอนหนุน
ทอพฤกษาไม้หอมเนื้อละมุน                    
ห่มเจ้าอุ่นกรุ่นกลิ่นโศภินกาย
หมักเมรัยผลไม้ให้เจ้าดื่ม               
ให้เจ้าลืมทุกข์ตรมสุขสมหมาย
ทั้งบุหงามัลลิกาประพรมราย                    
ให้รอบกายงามสมภิรมย์ตา
ราชรถจักได้ดังถวาย                                  
ด้วยแรงกายกำยำของตัวข้า
อุ้มนวลน้องเที่ยวล่องท่องพารา   
เก้งกวางผางามล้นกว่ามลเทียร
 
ฝ่ายอรัญยานีเจ้าโฉมศรี                  
อันนารีฤดีมักผันเปลี่ยน
แม้นเจ้าหมีปลอบขวัญด้วยหมั่นเพียร     
ยังวนเวียนภาพฝันพลันอาวรณ์
เอือมระอาวาจาช่างพาซื่อ             
เหมือนเด็กดื้อเบื่อคำครูพร่ำสอน
งอนงามแล้วแก้วตาจึ่งลาจร                      
มิถั่งถอนร้อนรุมสุมฤดี
นวลนารีถึงถิ่นที่พำนัก                               
ยังมิหักห้ามใจให้หมองศรี
ครั้นพระพิมพ์บิดาผู้อารี                
เห็นบุตรีตรอมตรมระทมใจ
ใยหม่นหมองไปแล้วแก้วมณี                    
ลูกคนดีจงแจ้งแถลงไข
เจ้าหมีแกล้งแสร้งเย้าเจ้าหรือไร   
จึ่งเศร้าใจไร้สุขทุกข์มากมี
โฉมสุดาจึงเอ่ยเผยวาจา                 
นคราในฝันนั้นผ่องศรี
มายาฝันเร้ารุมสุมฤดี                                   
ดังชีวีเคยพบประสพมา
ครั้นพระพิมพ์ฟังความที่ถามไถ่   
พรั่นฤทัยบุตรีที่กังขา

อันมลเทียรเวียงวังนครา                            

โฉมสุดาพบเห็นเช่นวัยเยาว์
เลือดภูมินทร์ไม่สิ้นจากวิญญาณ
ยุพาพาลเติบโตไม่โง่เขลา
ด้วยหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์คอยขัดเกลา
สำนึกเร้าเข้าฝัน เป็นวัณนา
จึ่งเอื้อนเอ่ยวาจาภารดี
นิมิตรนี้ที่ประสพคือภพหน้า
อย่าเว้นวางสร้างสรร ธรรมจรรยา
หมั่นบูชาเทวะภควดี
แล้วกุศลผลบุญจักหนุนเนื่อง
นำสู่เมืองนครอมรวาสี
ครั้นสิ้นคำบิดาอรัญยานี
ผู้บุตรีหมอบราบกราบบาทา
 
 สถิติวันนี้ 51 คน
 สถิติเมื่อวาน 256 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
4706 คน
101568 คน
891252 คน
เริ่มเมื่อ 2012-10-30